ลงพื้นที่ทำข่าว สอบถามชาวนาเรื่องราคาปุ๋ย








นำเสนอข่าวให้เพื่อนในค่ายฟัง



(ข่าวที่คิดประเด็น และ ลงพื้นที่ ตอนอยู่ค่ายพิราบ11, 29 สิงหาคม 2551)

ชาวนาหันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี ซึ่งมีราคาถูกว่าเกือบ 4 เท่า และคาดหวังว่าจะมีเงินเหลือมากขึ้นจนสามารถชำระหนี้ ธกส.ได้ ในขณะที่ปุ๋ยเคมีราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง 160% จากปีที่แล้ว

            จากการลงพื้นที่สำรวจในอ.บางเลน จ.นครปฐม พบว่าชาวนาได้หันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพง โดยเริ่มใช้ในการทำนาปรังที่กำลังจะเก็บเกี่ยวในเดือน ก.ค. นี้เป็นครั้งแรก
            นายสมพิศ เปี่ยมวารี ชาวนาสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองนกกระทุง กล่าวว่า ได้หันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพที่ทำจากมูลสัตว์พวกมูลวัวควายซึ่งมีราคาตันละ 7,000บาท แทนปุ๋ยยูเรีย ซึ่งปัจจุบันปุ๋ยยูเรียราคาตันละ 2.6หมื่นบาท โดยเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ราคาเพียงตันละ 1หมื่นบาท เท่านั้น
            เขากล่าวว่า กลุ่มแม่บ้านได้เริ่มทำปุ๋ยชีวภาพ เมื่อช่วงเดือนมีนาคม โดยนำมาใช้ในการทำนาปรังครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยมีนักวิชาการจากจังหวัดมาให้ความรู้ในการทำ ซึ่งสามารถลดต้นทุนไปได้เกือบ 4 เท่า
            เขากล่าวเพิ่มเติมว่า เขามีที่นาอยู่ 30 ไร่ ซึ่งต้องใช้ปุ๋ยถึง 10 ตัน พอหันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพ ทำให้ต้นทุนปุ๋ยลดเหลือ 7 หมื่นบาทเท่านั้น ซึ่งหากใช้ปุ๋ยเคมีในการทำนา จะมีต้นทุนปุ๋ยถึง 2.6 แสนบาท ไม่รวมค่าต้นทุนอื่น
            "คุณภาพที่ได้เหมือนๆ กันกับปุ๋ยเคมี ต้นสวย รวงสวย ใบสวย" เขากล่าว
            นายสมพิศกล่าวต่ออีกว่า เขากู้เงินมาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) 1.1 แสนบาท ตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีความสามารถชำระเงินต้นคืนได้เลย ถึงแม้ว่าในช่วงต้นปีข้าวมีราคาดี แต่ต้นทุนทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลงก็ปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ไม่ได้กำไรอะไร เหมือนทำทุนได้ทุน 
            "ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าข้าวราคาดีที่สุดแล้ว แต่ราคาปุ๋ยก็ดันราคาสูงขึ้นอีก แต่ตอนนี้หันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพ และธกส.ก็มีโครงการพักชำระหนี้ 3 ปี ก็หวังว่าจะมีเงินเหลือมากขึ้นและสามารถเก็บเอาไว้ใช้คืนได้"
            อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า ถึงแม้ ธกส. จะรับซื้อข้าวในราคาตันละ 1.4 หมื่นบาท แต่พอหักค่าความชื้นแล้ว เขาได้แค่ตันละ 1.1 หมื่นบาทเท่านั้น และไม่มีความคิดจะตากข้าวเพราะมีจำนวนมากจนตากไม่ไหว
            เขากล่าวเพิ่มเติมว่า เขาเช่าที่นา 30 ไร่ ปีละ 1.5 หมื่นบาท ทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง มีผลผลิตปีละ 60 ตัน ซึ่งในช่วงข้าวราคาสูง ก็อยากจะขยับขยายหาที่ปลูกเพิ่ม แต่ก็หาที่ไม่ได้เพราะมีชาวนาคนอื่นๆ ทำกันเต็มพื้นที่แล้ว
            นางละไม จินดาวงศ์ ชาวนาในพื้นที่ต.หินมูล กล่าวว่า หลังจากที่ปุ๋ยเคมีราคาสูงขึ้นอย่างบ้าเลือดจนแตะที่ตันละ 2.6 หมื่นบาท ทำให้เกษตรกรในหมู่บ้านของเธอมารวมตัวกันขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนเมษายน เพื่อทำปุ๋ยชีวภาพจากซากสัตว์และมูลสัตว์
            โดยเธอสามารถซื้อปุ๋ยจากกลุ่มได้ในราคาตันละ 6,000 บาท ซึ่งเธอใช้ในการทำนาปรังครั้งนี้ครั้งแรก และเธอบอกว่า ผลผลิตที่ได้ยังไม่ค่อยงามเท่าไหร่ เธอจึงผสมปุ๋ยเคมีลงไปด้วย
            เธอกล่าวว่า เช่าที่ทำนา 20 ไร่ ปกติใช้ปุ๋ย 10 ตันต่อการทำนา 1 ครั้ง ซึ่งปัจจุบันใช้ปุ๋ยชีวภาพมีต้นทุนปุ๋ยเพียง 6 หมื่นบาท แต่หากใช้ปุ๋ยเคมี จะมีต้นทุนปุ๋ยถึง 2.6 แสนบาท
            นางละไม กล่าวอีกว่า ชาวนาในละแวกนี้เป็นหนี้กันหมดทุกคน ทั้งหนี้เงินกองทุนฟื้นฟู และธกส. สำหรับตัวเธอนั้น จำไม่ได้ว่ากู้เงินธกส. มาตั้งแต่ปีไหน แต่กู้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันเป็นหนี้ธกส. อยู่ 1 แสนบาท
            "ปุ๋ยชีวภาพที่ราคาถูกก็เป็นหนทางที่ดีที่จะทำให้มีกำไรมากขึ้น และธกส. พักหนี้ให้ 3 ปี ก็ทำให้หายใจโล่งขึ้น" เธอกล่าว
           นอกจากนี้ชาวนาที่สองยังพูดถึงสถานการณ์ม็๋อบพันธมิตรในขณะนี้ด้วยความรู้สึกไม่เห็นด้วยว่า ไม่รู้ว่าม็อบพันธมิตรจะประท้วงกันไปทำไม ชุมนุมกันแบบนี้ทำให้ให้เศรษฐกิจแย่ จนมากระทบกับชาวนา เพราะรัฐบาลมัวแต่ต้องคอยมาจัดการม็อบ แทนทีจะเอาเวลาไปดูแลปัญหาปากท้อง และดูแลเกษตรกร
            เกษตรอำเภอบางเลน นายประวัติ อยู่เกตุ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รัฐบาลได้ให้เกษตรตำบลทุกที่ ซึ่งในปัจจุบันจะเป็นนักวิชาการเกษตรด้วย ลงไปให้ความรู้เรื่องการทำปุ๋ยชีวภาพตั้งแต่เมื่อต้นปีที่แล้ว ให้แก่เกษตรกร อาสาสมัคร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งนายกอบต. เพื่อให้กระจายความรู้ต่อๆ กันไปให้ได้ทุกช่องทาง แต่ที่ชาวนาเพิ่งจะหันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพนั้น เพราะเริ่มจวนตัวตอนที่ปุ๋ยเคมีมีราคาแพงมาก ซึ่งถือเป็นการถูกบังคับไปในตัว
            นายประวัติกล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้ตั้งเป้าจัดอบรมการทำปุ๋ยชีวภาพแก่อาสาสมัครเกษตรกรที่น่าเชื่อถือ ให้ได้อีก 500 คน ใน 15 ตำบลของอ.บางเลน เพื่อให้เขาไปถ่ายทอดอีกต่อ
            เขากล่าวอีกว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ส่งเสริมเกษตรกรทุกๆ ด้าน ทั้งสอนการทำเกษตรกรรมให้ได้ผลผลิตดี สอนการทำยาฆ่าแมลงชีวภาพ จากสมุนไพรอย่างตะใคร้หอม บอระเพ็ด แต่ปัจจุบันชาวนาส่วนมากก็ยังไม่หันมาใช้ยาฆ่าแมลงชีวภาพ เนื่องจากกระบวนการผลิตยุ่งยาก จากต้องหาสมุนไพรมาเป็นวัตถุดิบ